ห่างหายจากการเขียนบล๊อคมานาน
 
รู้สึกว่าชีวิตตัวเองโครตจะมีสาระ พลังความเกรียนสมัยก่อนมันหายไปไหนหมดไม่รู้
 
มานั่งอ่านบล๊อคตัวเอง เฮ้ยยย ทำไมกรูเขียนโครตสนุก!!!!
 
แต่ตอนนี้ละ ให้มานั่งเขียนเหมือนเดิม มันจะเหมือนเดิมมั้ย
 
โตขึ้นชีวิตมีอะไรให้คิดเยอะขึ้น มันแย่ที่ความสนุกมันหายไป
 
ความสดใหม่ เถื่อนดิบ หยาบโลน มันเริ่มจางๆ
 
เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!!!!
 
อยู่ๆ จะกลับกลายเป็นคนดี พูดเพราะ หน้าตาเจี๋ยมเจี๋ยม
 
มันไม่ใช่นะซาร่าาาาาาาาาาา
 
เอาความไร้สาระของกูกลับคืนม๊า.......!!!!!!!!!!!!!!!
 
.....................................
 
ปล. ชีวิตมันยีสเกินกว่าจะร่าเริง
 
ปล.2 การเป็นผู้ใหญ่มันไม่ง่ายเลย มันไม่คุ้นไม่เคยยิ่งคิดยิ่งเหนื่อยใจ
 
ปล.3 พอเจอชีวิตจริง ชีวิตที่เต็มไปด้วยฝันมันก็เริ่มลางๆ
 
ปล.4 กูจะปล.ทำไมเยอะ นอนดีกว่า คิดถึงท้วกคนไม่
 
ไม่รู้จะยังเล่นกันอยู่ป่าว นั้นไง จะซึ้งทำแป๊ะ พอจบ!!
 
 

edit @ 24 Jan 2013 23:48:10 by Tammada

การอัพเดทเรซูเม่ในเวปไซต์จัดหางาน
 
เป็นสิ่งที่เราๆ ท่านๆ ผู้ว่างงานทั้งหลายต้องทำอยู่ตลอด
 
ไม่ว่าจะบ่อย หรือ ห่าง สักแค่ไหน
 
ก็แหง่หละ งานไม่มี เงินก็จะหมด ต้องเสนอหน้ามากๆ ไม่ว่าจะวิธีไหนก็ตาม
 
จขบ. ก็เช่นเดียวกัน แต่ก็ไม่บ่อยเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะว่า พึ่งได้รับตำแหน่ง
 
"นางสาวเอือด ประจำปี 2554"  มาหมาดๆ
 
และแล้ววันหนึ่ง....วันแห่งการอัพเดท เรซูเม่ ก็มาถึง
 
การอัพเดทเป็นไปอย่างเรียบง่าย ไม่ตื่นเต้น
 
และแล้วก็เหลือบไปเห็นงานๆ หนึ่ง เป็นงานเขียนบทความขึ้นเว็ปอะไรสักอย่าง
 
เออ.....ลองสมัครไปหน่อยก็ดีเหมือนกัน ก็น่าสนุกดี
 
กด ตึ๊งงง!!!!! เสร็จเรียบร้อย
 
วะฮะฮะฮะฮะฮะ!!!! ภารกิจสำเร็จ ลันล้าาาาาาาาาาา
 
 
สมัครไปอันเดียว อืมมม มันไม่มีไรให้สมัคร หรือว่ากูขี้เกียจกันแน่???
 
ก็ยังไม่รู้ตัวเอง แต่ก็ช่างเถอะ มาคุยกันต่อดีกว่า ยะฮิ้ววว.........
 
............................................................
 
วันต่อไป ไวเหมือนโกหกพกลม

ตรู๊ด ๆๆๆๆๆๆๆ ....มาอีกละ เสียงโทรศัทพ์สวรรค์หรรษา
 
จขบ.  :  ฮาโหลววววววววววววว
 
ปลายสาย  :  ฮาเหล....คุณปาริชาติ ช่ายมิค่ะ
 
จขบ.  :  ถูกต้องนะคร้าบบบ ว่าจะไดคะ
 
ปลายสาย :  โทรมาจากบริษัท จุด จุด จุด ที่คุณปาริชาติได้สมัครไว้ค่ะ
 
จขบ.  :  อ่อ ค่ะ
 
ปลายสาย  :  อยากจะนัดสัมภาษณ์งานตำแหน่ง Writer ที่สมัครไว้ค่ะ
 
จขบ.  :  ไม่ทราบว่า ต้องทำอะไรบ้างค่ะ
 
ปลายสาย : แปลบทความจากอังกฤษ เป็น ไทยค่ะ พอจะทำได้มั้ยค่ะ
 
 
อั้ยยยยยยย ยะ !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
 
มันมาอีกแล้วววววววว ไอ้งานแปลนี้มันมาอีกแล้ววว ทำไม ทำไม ทำไม
 
จขบ.  :  เอ้ออ.....คงไม่ถนัดค่ะ
 
ปลายสาย  :  พอดีเห็นเขียนมาสมัครในตำแหน่ง Writer ลองมาดูก่อนไหมค่ะ
 
เป็นงานแปลอะค่ะ พอจะทำได้ไหมค่ะ เขียนเหมือนกัน
 
 
(เจ๊ค่ะ...คือกูเขียนได้ แต่กูแปลไม่ได้เข้าใจไหมค่ะ
 
นักเขียน ก็คือ กูเขียน กูแปลไม่เป็น.....ขอโทษ ภาษาอังกฤษกูโง่มาก)
 
แปลจากอังกฤษเป็นไทยก็ว่ายากแล้ว แต่มันก็พอจะทำได้ละนะ
 
แต่ไอ้แปลไทย เป็น อังกฤษ นี้ มันโครตยากส์ (สำหรับข้าน้อย)

 
จขบ.  :  เอ้อ.....คงไม่ถนัดค่ะ มีตำแหน่งอื่นไหมค่ะ
 
ปลายสาย  :  มีตำแหน่งเซลล์ค่ะ สนใจไหมค่ะ??
 
จขบ.  :  เออ......(จะทำก็ได้ค่ะ แต่ตอนนี้ยังไม่อยาก)
 
ปลายสาย  :  พอดีเราเป็นเว็ป 3 ภาษา ไทย อังกฤษ ญี่ปุ่น ขาดคนตรงส่วนนี้พอดี
 
ลองมาก่อนก็ได้นะค่ะ พอจะทำได้ไหมค่ะ......
 
 
(มาแนวนี้อีกแล้ว บอกไปรอบที่ล้านแปดว่าไม่ถนัด ฮ่วย!!!!)
 
จขบ.  :  คงไม่ถนัดค่ะ ขอบคุณค่ะ

ปลายสาย  : พอดีเขียนว่านักเขียน ไม่ลองมาดูก่อนหรอค่ะ

จขบ.  :  ก็อาจจะได้นะคะ แต่คงต้องใช้เวลานานหน่อย ไม่ทราบว่าแปลเยอะไหมค่ะ
 
ปลายสาย  :  ไม่เยอะหรอกค่ะ บทความแต่ละอันก็ประมาณหน้าสองหน้า
 
(เอิ่ม....ไม่เยอะบ้านป้าเจ๊หรอค่ะ บ้านกูเค้าเรียกเยอะ!!!!!!)
 
จขบ. :  ก็ได้ค่ะ ไม่ทราบว่าบริษัทอยู่แถวไหนค่ะ
 
ปลายสาย : (บอกทางมาแบบละเอียดพร้อมเบอร์โทร เผื่อหาไม่เจอ)
 
.......................................................
 
รับปากไปแล้วแบบมึนๆ หรือเพราะการตัดลำคาณก็ไม่ทราบได้
 
แต่ก็ไม่ได้ไปหรอกนะคะ รู้สึกมันเสียเวลาเปล่า เคยเจอแบบนี้มาเยอะมันเริ่มจะเบื่อ
 
 
 
ณ ตอนนี้ก็ไม่ค่อยจะเข้าใจคนเรียกสัมภาษณ์งานของบางบริษัท
 
ในเมื่อบอกว่า ไม่ถนัด ก็ยังจะดันทุรังให้ไปสัมภาษณ์
 
เค้าทำเพื่ออะไร? ทำไปทำไม? ในเมื่อบอกว่าไม่ไป  เราไม่ถนัด
 
แล้วไปก็ใช่ว่าจะได้ บางครั้งมันเป็นการเสียเวลามากๆๆๆๆๆๆ
 
เสียเงินค่ารถไปโดยเปล่าประโยชน์ และบางครั้งเวลาผ่านไปเป็นปี
 
อีบริษัทนั้นมันยังเปิดรับสมัครอยู่เลย????
 
 
วอนผู้เชี่ยวชาญ ช่วยชี้แนะด้วยครับ...
 
 
การสมัครงานมันเลยกลายเป็นเรื่องที่เหนื่อยและน่าเบื่อหน่ายในบางครั้ง
 
แต่ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังตกงานนะจ๊ะ
 
ในตอนนี้ เวลาใครถามว่า ทำงานอะไร?
 
จขบ.จะตอบแบบภาคภูมิใจว่า "รับจ้างทั่วไป.......มีไรจะจ้างมั้ย?"
 
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ด้าน ได้ อาย อด ณ ตอนนี้
 
แต่ขอบอกว่า การพูดแบบนี้ ทำเงินให้ จขบ. อยู่ได้แบบถูๆ ไถๆ มาหลายเดือน
 
เริ่มจะชอบ อาชีพ รับจ้างทั่วไปแล้วหละสิ แต่ก็ไม่ดีที่บางครั้งมันไม่มีคนจ้างนี้แหละนะ
 
ว่าแล้วก็....
 
 
 
 
 
 
 
 
มีไรจะจ้างมั้ย??????
 
 
 
 
 
 
 
หลังจากโดนโทรศัพท์จากผู้ประสงค์ดีเีรียกไปสัมภาษณ์งานที่เอนทรี่ที่แล้ว
 
และโดนภัยธรรมชาติพัดกระหน่ำ
 
เน็ตไฮสปีด เซ็นซิทีฟ เลยกากขึ้นมาทันทีที่ฝนตก
 
หายไปเกือบอาทิตย์ วันนี้กลับมาใช้ได้แล้วววว
 
 
เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
 
 
มาต่อกันเถอะนะเจ้าค่ะ
 
ถึงไหนแล้ว อ่อ หลังจากตกลงปลงใจรับปากจะไปสัมภาษณ์งาน
 
อันตัวข้าน้อย มนุษย์ผู้ตกงานก็พาตัวเองเดินทางไปที่บริษัทนั้นทันที
 
หลังจากนั่งรถเมล์ ต่อรถไฟฟ้า นั่งรถเมล์ และโบกพี่วิน เข้าซอย
 
จอดเอี๊ยดดดด....อยู่หน้าบริษัท
 
โอเค ถึงละ ขอบคุณมากค่ะพี่ที่มาส่งหนูอย่างปลอดภัย
 
 
บริษัท ตรู๊ด ๆๆๆๆ เป็นบริษัทที่ใหญ่พอสมควร
 
ถ้าหากพูดชื่อขึ้นมา เชื่อว่าทุกคนคงจะร้อง...
 
 
อ๋อออออออออออ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
 
 
ยาวๆๆ เป็นภาษาตะวันออกกลางแน่ๆ
 
แต่ไม่บอกดีกว่านะเจ้าค่ะ เดี๋ยวเผื่อเค้ามาอ่านเจอ จะรู้ว่าเรานินทา
 
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
 
 
หลังจากเดินแจ้งความประสงค์กับคุณป้าหน้าเค้าเตอร์เป็นที่เีรียบร้อย
 
ก็ได้ใบสมัครมาเขียนๆๆๆ แล้วเดินต่อไปที่ชั้นอะไรไม่รู้จำไม่ได้แล้ว
 
ระหว่างทางขึ้นไป ก็คิดในใจว่า อะไรจะเกิดก็เกิดเถอะหวะ
 
ก็บอกไปแล้วว่าไม่ถนัด เผื่อเค้าจะมีตำแหน่งอื่นให้ทำ
 
 
ก๊อก ก๊อก  ก๊อก
 
 
(เคาะประตูห้องฝ่ายบุคคล)
 
จขบ.  :  มาสัมภาษณ์งานค่ะ
 
สล่อนหน้าเข้าไป ก็พบกับผู้ชายที่น่าจะเป็นคนโทรไปเรียกให้มา
 
เดินไปนั่ง อย่างเจี๋ยม เจี๊ยม และการสนทนาก็เริ่มขึ้น
 
ช่วงแรกผ่านไป อย่างพื้นๆ ไม่มีอะไรมากมาย แต่ความควายมันอยู่ที่ตรงนี้.....
 
 
ผู้ชายคนนั้น  :  ระหว่างภาษาอังกฤษกับญี่ปุ่นถนัดอะไรมากกว่ากันครับ

 
จขบ.  :  เอ้อ................(ทำหน้าเหว่อ ยังไม่ทันจะตอบ)
 
ผู้ชายคนนั้น  :  เอาภาษาญี่ปุ่นดีกว่า เห็นเขียนว่าเรียนภาษาญี่ปุ่น
 
พูดไม่พอ หยิบกระดาษอะไรสักอย่างที่มีภาษาญี่ปุ่นเต็มปื้ดด!!!!
 
จขบ.  :  (บร๊ะเจ้าช่วยกล้วยแขกทอดกรอบใบกระเพรา  -0-")
 
พูดเสร็จสรรพ เดินนำ จขบ. ไป ณ ห้องแห่งหนึ่ง...แล้วพูดว่า
 
 
"ลองแปลแล้วเขียนลงในกระดาษ ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีนะครับ"
 
.......................................
 
ท่ามกลางความว่างเปล่า และโต๊ะนับสิบตัว
 
แอร์เบาๆ เป่าลม สร้างความหนาวเหน็บ
 
ผู้หญิงคนหนึ่งถูกทิ้งไว้กลางห้อง พร้อมกระดาษที่มีภาษาญี่ปุ่นเต็มไปหมด
 
และดิกชันนารี คันจิ หนึ่งเล่ม
 
...............................................
 
เธอนั่งลงกวาดสายตาไปรอบๆ
 
แล้วตะโกนดังๆ ในใจว่า
 
 
นี้มันเรื่องเฮงซวยอะไรหวะเนี่ยยยยยยยย!!!!!!!

 
อย่าให้พูดเลยเจ้าค่ะ คือ เรียนมาก็จริง
 
แต่ยังไม่จบคอร์ส 2 เลย ตอนนี้ก็ได้แค่
 
 
โอไฮโย อาริงาโตะ โดโซะ อาโน เอโต้วว โกะฮัง ซาโต้ซัง อิชิ นิ ซัน ยอน อิคึ
 
 
แล้วนี้มันอะไร อยู่ในมือกรูว นี้มันอะไร
 
คันจิล้วนๆ ถึงจะมีดิกก็เถอะ มันหาง่ายซะที่ไหน
 
ว่าแล้ว นางก็เปิดกระเป๋า จกบีบีออกมาเล่นทันที
 
คือ ไม่ใช่ ไม่ใส่ใจ ไม่อยากได้งานนะเจ้าค่ะ
 
ตอนคุยกันเมื่อกี้ก็บอกไปแล้วอีกรอบ ว่าสมัครมาอีกตำแหน่งหนึ่ง
 
แต่พี่แกก็ดั๊นนนน.......ยัดเยียดตำแหน่งนี้ให้ จะให้ทำยังไงหละ นอกจากนั่งเล่นบีบี
 
.........................................
 
 
ครึ่ง ชม. ผ่านไป เดินเอากระดาษเปล่าไปให้เค้าพร้อมกับบอกว่า
 
"ทำไม่ได้ค่ะ"
 
 
กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
 
 
พี่แกก็ทำหน้างงๆ หัวเราะแหะๆ แห้งๆ แล้วบอกว่า งั้นนั่งรอก่อนนะ
 
เดี๋ยวไปเรียกพี่เค้ามาคุยด้วย เค้าอาจจะต้องการคนช่วยจริงๆ
 
 
"เอิ่ม.....โอเค ค่ะ รอก็รอ กูมึนมาถึงขนาดนี้แล้ว มึนต่อไปคงไม่เป็นไร"
 
 
คราวนี้ ไปนั่งรออีกห้องหนึ่ง คล้ายๆ ห้องประชุม บรรยากาศดีกว่าห้องเมื่อกี้สามเท่าตัว
 
สักพัก ผู้หญิงท่าทางเกรงใจโลกคนหนึ่งก็เดินเข้ามา
 
พร้อมกับถามคำถามทั่วไปเล็กน้อย แล้วมองกระดาษเปล่าที่ จขบ. ส่งไป พร้อมกับ พูดว่า
 
 
ผู้หญิงคนนั้น :  อืม.............ยังเรียนภาษาญี่ปุ่นได้ไม่เยอะใช่ไหมค่ะ

 
(จกกระดาษ หนึ่งแผ่น ภาษาอังกฤษล้วนๆ แล้วยื่นมา)
 
 
"ลองอ่านแล้วแปลคราวๆ ให้หน่อยได้ไหมค่ะ"
 
 
(-o-")(-o-")(-o-")(-o-")(-o-")(-o-")(-o-")
 
 
ย๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก

 
ใครก็ได้ เอากรูวววว ออกไปจากที่นี่ที
 
 
มันยังไม่จบไม่สิ้นอีกหรอวะเนี่ยยยย กรูวว อยากกลับบ้านแล้ววววโว้ยยย
 
ได้แต่แหกปากในใจเสร็จ รับมาอ่านผ่านๆ อ่านเน้นๆ อ่านจริงจัง อ่านๆๆ
 
อ่านออก!!!!!!!!!!
 
 
 
 
 
 
 
แต่.......
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
แปลไม่ด้ายยยยยยยยยยย!!!!!!!!!!!

 
หึหึหึหึหึหึ
 
 
ยื่นกระดาษให้เจ๊แก แล้วบอกว่า "ทำไม่ได้ค่ะ"
 
 
เจ๊แกก็รับไปแบบงงๆ พร้อมกับถามว่า
 
ผู้หญิงคนนั้น :  รู้ใช่ไหมค่ะว่า สมัครมาตำแหน่งไหน
 
(คือตอนกดส่งเรซูเม่มาสมัคร กูก็คงไม่เมาตาลายจนจำไม่ได้หรอกว่าสมัครตำแหน่งไหนมา)
 
 
จขบ.  :  คือสมัครมาตำแหน่งหนึ่งค่ะ แล้วเค้าให้มาสัมภาษณ์ตำแหน่งนี้
 
(คือ กรูวบอกเป็นรอบที่ล้านแปดว่าไม่ได้สมัครตำแหน่งนี้)
 
 
และแล้ว ผู้หญิงสองคน ก็มองหน้ากันแบบ งงๆ
 
ความเงียบปกคลุมพักหนึ่ง
 
ทั้งสองจ้องตากัน
 
ในที่สุด ผู้หญิงที่มีท่าทางเกรงใจก็เอ้ยขึ้น
 
"แล้วจะส่งเรื่องต่อให้อีกแผนกหนึ่งนะคะ"
 
จขบ.  :  ขอบคุณค่ะ
 
............................................................
 
 
 

edit @ 29 Sep 2011 00:44:38 by Tammada